copyright © 2006 by UNSW Thailand Alumni

Visitor :
00173

| Home | History | Alumni | Committee | News | Activity | Link |     

 

 
ขณะนี้ทางเวบ ได้เริ่มจัดส่วนของศิษย์เก่าขึ้นมา แต่ยังขาดข้อมูลส่วนบุคคล ดัง นั้นทางเวบจึงของความร่วมมือศิษย์เก่าทุกท่านกรอกข้อมูล

 

Refresh Memory

 

 


 

by Oddy

             ถ้านับดูศิษย์เก่า UNSW ในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะพบว่ามีจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ศิษย์เก่า UNSW ที่เคยหรือกำลังดำรงตำแหน่งระดับคณบดีขึ้นไปในสถาบันศึกษาต่าง ๆ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 30 คนแล้ว ! นี่ยังไม่นับสายงานอื่นที่มีตำแหน่งเทียบเท่ารวมไปถึงผู้ที่ประสบความสำเร็จหรือเป็นผู้บริหารระดับสูงในภาคธุรกิจนะ  และถ้าจะประมาณจำนวนศิษย์เก่า UNSW ที่มีอยู่ในเมืองไทยทั้งหมดตั้งแต่รุ่นแรก (สำเร็จการศึกษาในช่วงทศวรรษ 1960-1969) คาดว่าปัจจุบัน (พ.ศ. 2549) มีจำนวนประมาณร่วม 5000 คนเลยทีเดียว !

            คยมีน้อง ๆ หลายคนที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจาก UNSW แล้วกลับมาเมืองไทยถามว่า เราเคยมีสมาคมหรือกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับศิษย์เก่า UNSW ในเมืองไทยบ้างไหม ก็เลยลองไปหาข้อมูลมาได้ความว่า เราก็กลุ่มศิษย์เก่ารวมตัวกันเพื่อจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเราอาจเรียกเป็นชมรมหรือสมาคม เพียงแต่เรายังมิได้มีการจัดตั้งสมาคมฯกับหน่วยงานราชการ (แต่ก็ได้แจ้งให้กับ UNSW Alumni ทราบ) แต่เราก็ถือว่าไม่เป็นไร เพราะถือเอาการจัดกิจกรรมเป็นสำคัญ เท่าที่สอบถามข้อมูลความเป็นมาพอสรุปได้ดังต่อไปนี้

            มัยแรก ๆ ที่มีนักเรียนไทยไปเรียนที่ UNSW ก็ประมาณ 50-60 ปีมาแล้ว สมัยแรก ๆ พวกพี่ ๆ (ตอนนี้ก็คงรุ่นพ่อรุ่นปู่แล้วล่ะ) ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนทุน (เช่น ทุน Columbo) ซึ่งแต่ละปียังมีนักเรียนไทยไม่มากเหมือนปัจจุบัน พวกรุ่นบุกเบิกที่กลับมาเมืองไทย ก็คงมีการรวมตัวสังสรรกันบ้าง ซึ่งข้อมูลส่วนนี้หาไม่ได้จริง มาปะติดปะต่อได้ ก็หลังจากที่ ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นอาจารย์อยู่ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หลังจากที่ ดร. สิทธิชัย หมดวาระการเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ได้อำลาวงการราชการ ออกมาตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2533 (1990) ตอนนั้น ดร.สิทธิชัยได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้บริหารของ UNSW เป็นอย่างดี ซึ่งอาจเป็นเพราะอยู่ในวงการศึกษาด้วยกัน จนกระทั่งทาง UNSW ได้ลงนามความร่วมมือวิชาการกับสถาบันศึกษาต่างชาติเป็นครั้งแรกคือมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2535 (1992) และในปีนั้นก็ได้มีผู้บริหารของ UNSW เดินทางมาเมืองไทย โดยที่ทาง ดร.สิทธิชัย ได้เป็นแกนกลางจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างศิษย์เก่าที่อยู่ในไทยกับทีมผู้บริหารจาก UNSW ขึ้นที่โรงแรมเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งมีผู้ร่วมงานตอนนั้นประมาณ 30-40 คน ตรงนี้อาจถือเป็นกิจกรรมแรกของศิษย์เก่า UNSW ในไทยเลยก็ว่าได้

            ลังจากนั้น ก็เริ่มมีการติดต่อประสานงานกันระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครกับ UNSW เรื่อยมา กิจกรรมที่สำคัญที่เกี่ยวข้องได้แก่ การจัดตั้งสถาบันสอนภาษาอังกฤษ AUSTIL ที่อาคารวาณิช (ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ในส่วนที่อยู่ในเมือง) โดยในเบื้องต้นใช้ทีมอาจารย์จาก UNSW เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่วนของ AUSTIL ในระยะหลังได้ถูกยุบไป โดยได้ปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยงานใหม่คือ UNSW Bangkok Office ในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2539 (1996) โดยทีมผู้บริหารส่วนหนึ่งเป็นทีมเดียวกับ AUSTIL ส่วนกลุ่มอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษก็มาสอนภาษาอังกฤษให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2544 (2001)  UNSW Bangkok Office ได้ย้ายที่ทำการจากอาคารวาณิช (ตึกช่อง 3 เก่า) มาอยู่ที่ตึกอื้อจือเหลียง จนถึงปัจจุบัน           

กิจกรรมของศิษย์เก่า UNSW เริ่มโดดเด่นมากในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2541-43 โดยพอสรุปกิจกรรมได้ดังนี้ 

·    วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2541 (1998) “UNSW Alumni Reception” เป็นงานสังสรรค์ระหว่างศิษย์เก่าที่ประสบผลสำเร็จในการทำงาน(ส่วนใหญ่เป็นราชการ เพราะรุ่นแรก ๆ มักเป็นนักเรียนทุน) กับทีมผู้บริหารจาก UNSW จัดขึ้นที่ UNSW Bangkok Office (อาคารวาณิช) งานนั้นมีศิษย์เก่าเข้าร่วมประมาณ 50 คน

·    วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2542 (1999) “Let’s Get Together” เป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างศิษย์เก่าทุกคนที่อยู่ในเมืองไทย (มีศิษย์เก่าที่เป็นชาวต่างชาติร่วมด้วย) จัดขึ้นที่โรงแรมแกรมไฮแอทเอราวัน งานนี้โชคดีที่ได้รับเกียรติจากท่านอุปฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย Mr. Paul Tigh ซึ่งก็เป็นศิษย์เก่า UNSW ด้วย มาร่วมสังสรรค์อย่างสนุกสนานเป็นกันเองตั้งแต่งานเริ่มจนเลิก(เกือบเที่ยงคืน) งานนี้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก มีผู้ร่วมงานมากกกว่าร้อยคน และส่วนใหญ่จะมาเร็วและอยู่กันค่อนข้างดึกทีเดียว

·    วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 (1999) ได้มีกิจกรรมซึ่งนำความปลาบปลื้มมายังศิษย์เก่า UNSW ทุกคน กล่าวคือ ทาง UNSW ได้ถวายปริญญาดุษฎีกิตติมศักดิ์ สาขาอักษรศาสตร์ ให้กับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี โดยคณะผู้บริหาร UNSW เกือบ 10 คน นำทีมโดย Prof. John Niland อธิการบดี ได้เดินทางมาถวายปริญญา ณ พระราชวังสวนจิตรลัดดา ในโอกาสนี้ศิษย์เก่าหลายคนได้ร่วมลงนามในสมุดถวายพระพร และได้มีการถวายให้กับสมเด็จพระเทพฯด้วย โดย รศ.ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม ประธานสมาคมศิษย์เก่า UNSW เป็นผู้นำถวาย ทั้งนี้ก่อนที่จะมีการถวายปริญญาในช่วงกลางวัน ท่านเอกอัคราชฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย Mr. William Fisher ได้เปิดบ้านรับรอง(บริเวณสถานฑูต)เพื่อจัดเลียงแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสพิเศษนี้ให้กับคณะผู้บริหาร UNSW และตัวแทนศิษย์เก่าอาวุโส UNSW ซึ่งมีจำนวนรวมกันประมาณ 30 คน

·    วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 (1999) สมาคมศิษย์เก่าฯ ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ “UNSW Thai Alumni Gathering” ระหว่างคณะผู้บริหาร UNSW กับศิษย์เก่าที่อยู่ในประเทศไทย ณ โรงแรมฮิลตัน ในงานนี้ได้เชิญศิษย์เก่าทุกท่านเข้าร่วมงานโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เนื่องจากทางหน่วยงาน Public Affairs ของ UNSW และ รศ.ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ร่วมกันเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด งานนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 80 คน ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จมาก เพราะการดำเนินการค่อนข้างจะเร่งรัดมาก

·       กิจกรรมที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับศิษย์เก่า UNSW ในไทย ได้แก่การจัดกิจกรรมร่วมกับ UNSW โดยเป็นการประชุมสัมมนาวิชาการนานาชาติเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยี ซึ่งมีชื่อว่า UNSW International Alumni Forum “Globalisation: Leadership Challenge” งานนี้มีการเชิญ (รวมทั้งลงทะเบียนร่วมงานเอง) กลุ่มประชาคมสมาคมศิษย์เก่า UNSW จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก มาประชุมร่วมกัน ที่โรงแรมรอยัลออคิดเชอราตัน กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม พ.ศ. 2543 (2000) โดยในวันที่ 23 มีนาคม ช่วงเช้าเป็นกิจกรรมการตีกอล์ฟ และตอนเย็นเป็นงานเลี้ยงต้อนรับ การประชุมจริงอยู่ในช่วงวันที่ 24 มีนาคม (เต็มวัน) และ 25 มีนาคม (ครึ่งวัน) ในงานนี้ Keynote Speaker ได้แก่ Prof. Paul Keating อดีตนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมสัมมนาที่มีชื่อเสียงจากประเทศต่าง ๆ ที่เป็นศิษย์เก่า UNSW อีกมากมาย เช่น Dr. John Yu นายกสภา UNSW, Prof. John Niland อธิการบดี UNSW, Prof. Raj Reddy กรรมการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประธานาธิบดีสหรัฐฯ, Mr. Achmad Sujudi รัฐมนตรีด้านงานสุขภาพ ประเทศอินโดนีเซีย, Mr. Mah Bow Tan รัฐมนตรีด้านการพัฒนาชาติประเทศสิงคโปร์, และ Mr. Richard Neville นักเขียนและนักวิจารณ์ เป็นต้น  โดยฝ่ายไทยมี รศ.ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ประธานสมาคมศิษย์เก่าในไทย เป็นผู้กล่าวต้อนรับ อนึ่ง การประชุมวิชาการครั้งนี้ ถือว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมประชุมจากร่วม 10 ประเทศ เป็นจำนวนประมาณ 150 คน ทั้งที่ผู้เข้าร่วมประชุมต้องเสียเงินลงทะเบียนถึง 18,750 บาทต่อคน !

         นึ่ง หลังจากงาน UNSW International Alumni Forum ดร. อธิคม ฤกษบุตร (ซึ่งเป็นแกนสำคัญในการจัดกิจกรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 เป็นต้นมา) ได้ทำหน้าที่ประธานสมาคมแทน ดร. สิทธิชัย โภไคยอุดม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ซึ่งกิจกรรมในช่วงต่อมาเป็นการออกจดหมายข่าวเป็นระยะผ่านอีเมล์ไปยังกลุ่มศิษย์เก่าที่ได้แจ้งที่อยู่ไว้กับสมาคมผ่านทาง UNSW Bangkok Office อีกทั้งยังมีการจัดงานสังสรรค์ขึ้นอีกประมาณ 2 ครั้ง ดังนี้ 

·    วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2546 (2003) งานเลี้ยงสังสรรค์ศิษย์เก่า บรรยากาศการแต่งกายแบบแฟนซี ณ โรงแรมดุสิตธานี มีผู้ร่วมงานประมาณ 100 คน

·    วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2547 (2004) งานเลี้ยงสังสรรค์ศิษย์เก่า และพบผู้บริหาร UNSW ณ โรงแรมคอนราด มีผู้ร่วมงานประมาณ 100 คน 

นช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กิจกรรมของกลุ่มศิษย์เก่าเริ่มซบเซาไปบ้าง จนกระทั่งเมื่อประมาณเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมกลุ่มเพื่อหารือแนวทางการทำกิจกรรมขึ้นใหม่ โดยมี UNSW Bangkok Office เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งจากการประชุมกันในเบื้องต้น พอสรุปเนื้อหาของกิจกรรมที่คาดว่าจะดำเนินการในช่วงปี พ.ศ. 2549 ได้ดังนี้

·    จัดทำเว็บไซด์ของสมาคมศิษย์เก่าขึ้นชื่อว่า www.unswthaialumni.org เพื่อเป็นสื่อกลางแจ้งข่าวสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เปฌนประโยชน์ระหว่างศิษย์เก่า UNSW ในประเทศไทย  

·     เดิมทีเดียว เราตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างศิษย์เก่า ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 49 นี้ เนื่องจากผู้บริหาร UNSW จะเดินทางมาประเทศไทย จะได้ถือโอกาสพบปะกับศิษย์เก่าไปด้วยเลย แต่เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ทำให้ผู้บริหาร UNSW ขอเลื่อนกำหนดการเดินทางมาไทยไปก่อน ทางสมาคมจึงเห็นว่าควรจะเลื่อนการจัดงานสังสรรค์ไประยะหนึ่ง หรือรอจนกว่าผู้บริหารของ UNSW จะเดินทางมาไทยต่อไป 

ที่กล่าวมาคงพอช่วยให้พี่น้องชาว UNSW คงมองเห็นภาพรวมของกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การจัดกิจกรรมนั้นเป็นงานที่เกิดจากแรงกายแรงใจแบบอาสาสมัครของเพื่อน ๆ และพี่น้องชาว UNSW ซึ่งใครว่างช่วงไหนก็มาช่วยช่วงนั้น ทำให้การทำกิจกรรมมีทั้งราบรื่นและลุ่ม ๆ ดอน ๆ ก็เลยอยากถือโอกาสนี้เชิญชวนชาว UNSW ที่สนใจช่วยเหลือกิจกรรมของสมาคม ขอให้แจ้งความจำนงมาได้ที่สมาคมหรือที่ UNSW Bangkok Office ส่วนที่กังวลว่าหากแจ้งชื่อมาแล้ว อาจไม่มีเวลานั้น ก็ไม่ต้องกังวล ว่างตอนไหนก็ค่อยมาช่วยก็ได้ ไม่เป็นไร ตรงนี้เราเข้าใจกันเพราะทุกคนต่างก็มีงานประจำกันทั้งนั้น แต่อย่างน้อยการแจ้งชื่อมา ก็ช่วยให้ทางสมาคมฯใช้เป็นเป็นช่องทางกระจายข่าวสารไปยังเพื่อน ๆ ได้มากขึ้น แค่นี้ก็เกินพอแล้วครับ